Government and Politics in Southeast Asia 2012: Review of Youtube Pop Music VDO

งานในสัปดาห์นี้ ให้นิสิตค้นหามิวสิควีดีโอในยูทูปคลิปของแต่ละประเทศ ลองดูว่าเขามีประเด็นอะไรบ้างที่น่าสนใจ ลองค้นคำแปลของเพลงมาด้วย รวมทั้งให้คำอธิบายว่าทำไมเพลงนี้จึงได้รับความนิยม
อย่าลืมลงชื่อที่ท้าย comment นะครับ

20 responses to “Government and Politics in Southeast Asia 2012: Review of Youtube Pop Music VDO”

  1. พีรภัทร มีแสง 5441045824 says :

    Brunei, I stalk your profile-Jazz Hayat

    จาการจัดลำดับเพลงป็อปที่ถูกดาวโหลดมากที่สุดใน Itunes กลับพบว่าเพลงอันดับต้นๆ เป็นเพลงสากล เช่น Gangnam Style ของ PSY, Skyfall ของ Adele อย่างใกล้เคียงมากที่สุด ก็เป็นเพลง Separuh Aku ของ Noah ซึ่งเป็นวงอินโดนีเซีย และเพลงที่เป็นสัญชาติบรูไนกลับไม่มีพบเลย ผมคิดว่าสาเหตุน่าจะมีด้วยกัน 2 ประการ ประการแรก คือ จำนวนประชากรที่น้อย ประการที่สอง คือ ด้วยความที่ประเทศที่ขนาบข้างเป็นมาเลเซียและด้านล่างเป็นอินโดนีเซีย ประกอบกับภาษามาเลย์ที่ใช้ในบรูไนและมาเลเซีย กับภาษาอินโดนีเซียนั้นมีรากฐานเดียวกันและคล้ายกัน จึงไม่น่าแปลกที่เพลงเหล่านั้นมีอิทธิพลในบรูไน

    เพลงที่ผมเลือก คือ I stalk your profile ของนักร้องวัยรุ่นชาวบรูไนชื่อ Jazz Hayat เนื้อเพลงเล่าเกี่ยวกับเขาการที่ไปชอบผู้หญิงคนหนึ่ง และเมื่อคิดถึง ก็จะ stalk ซึ่งมีความในแง่ลบหมายถึง เมื่อคลั่งไคล้มากๆ ซุ่มดู ติดตาม เหมือนโรคจิต ผู้หญิงคนนั้นตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค ผมคิดว่าเนื้อเพลงสะท้อนความทันสมัย การใช้เทคโนโลยีของบรูไนอยู่ เช่นเดียวกับทำนองมีความเป็นสากลหรือเหมือนเพลงป๊อปฝั่งอเมริกามาก ซึ่งในตอนท้ายหลังจบเพลง เขาก็ร้องเพลงของ Justin Biber นักร้องดังของอเมริกา นั้นแสดงถึงว่าเขาได้น่าจะรับอิทธิพลจากเพลงอเมริกันอยู่ไม่น้อย รูปแบบเพลงที่มีแทรกภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นลักษณะของเพลงป็อปในประเทศที่ไม่ได้พูดอังกฤษ ตัวอย่างเห็นได้ใน K-POP หรือ Thai pop กล่าวคือเพลงนี้มีความเป็นสากลมากซึ่งดูแล้วขัดแย้งกับคลิปโฆษณาการเที่ยวที่เสนอไปครั้งที่แล้วอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ดี การที่บรูไนถูกหลอมเข้ากับโลกผ่านโลกกาภิวัตน์ เราสามารถมองเห็นความทันสมัยและความเป็นตะวันตกของบรูไนได้ผ่านเพลงนี้ แต่คำถามสำคัญคือว่าทำไมยังไม่เกิดประชาธิปไตยในบรูไน หรือความเป็นตะวันตกไม่ได้มาพร้อมกับประชาธิปไตย แค่ประชาชนมีชิวิตที่ดี สวัสดิการที่ดี การมีส่วนร่วมทางการเมืองก็อาจไม่สำคัญ ประสิทธิภาพอาจไม่เท่ากับประชาธิปไตยเสมอไป

    พีรภัทร มีแสง 5441045824

  2. THIPAKORN BUASOONTORN says :

    Mỹ Linh ft M4U – Nhớ Mưa (ความทรงจำท่ามกลางสายฝน) ประเทศเวียดนาม

    เนื้อหาเพลง

    “นั่งอยู่บนระเบียงนั่งฟังเสียงฝนยามบ่าย พร้อมกับจิบกาแฟเข้าปากตอนฝนตกของทุกบ่าย”
    “ตั้งแต่วันนี้ไปตลอดกาล ชีวิตไม่เหมือนความฝัน เพราะวันที่ห่างกัน”
    “ท่ามกลางสายฝน หัวใจของฉันนั้นแตกสลาย และยังคงรู้ว่ามันเจ็บปวด และไม่อยากจะเชื่อว่าจะห่างกัน”
    “ท่ามกลางสายฝน หัวใจของฉันในอยู่กับความเสียใจมาตลอด แม้กระทั่งในหยุดตก ฉันคงยังเศร้าอยู่”
    “ความหนาวที่มากับสายฝน เพิ่มเติมความเหงาและชาไปเต็มถนนอันแสนเปลี่่ยว”
    “แต่ละวันที่ผ่านไป ฉันยังคงรอเสมอ ด้วยความหวังว่าฝนจะไม่ตกในหัวใจของฉันให้เป็นความเศร้าอีกต่อไป”

    ………………………………………

    เพลงนี้เป็นการร่วมขับร้องกันระหว่าง Mỹ Linh (นักร้องเพลง Pop ยอดนิยมของประเทศเวียดนาม) กับ วง M4U (นักร้องเพลง Pop สมัยใหม่ที่มีสมาชิกบางคนมาจาก รายการ The Voice of Vietnam อีกด้วย) เพื่อให้เห็นความผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างนักร้องผู้มีประสบการณ์อย่างสูงกับนักร้องสมัยใหม่ นำเสนอความ Classic ของเพลงได้อย่างน่าประทับใจ

    โดยเพลงนี้เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับ”ฤดูฝน ความรัก และความเศร้า” ของเพลง (**เวียดนามฝนตกตลอดทั้งปี**)
    ที่ถูกเขียนเชื่อมโยงกันเป็นอารมณ์เพลงที่แฝงไปด้วยความเศร้า แต่ว่ามีการใช้เสียงและทำนองที่เป็นการให้กำลังใจ (ภาพ MV — แสดงให้เห็นถึงฟ้าหลังฝนที่มีความสวยงาม)

    ใน MV เป็นการขับร้องใน “Hanoi Opera House” ที่ถูกสร้างขึ้นและได้รับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมจากฝรั่งเศสในสมัยที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในช่วงของปี A.D. 1901-1911 (Credit : Wikipedia)

    คุณภาพของ MV ที่นำเสนอภาพสถาปัตยกรรมและความสวยงามของสถานที่ต่าง ๆ ภายใน MV สามารถดึงดูดและถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างดี

    …………………………………………

    ทิพากร บัวสุนทร
    534 10222 24

    สุวิจักขณ์ คีรีพัฒนานนท์
    534 10623 24

  3. ถลัชนันท์ เอ่งฉ้วน says :

    Pop Music VDO from Philippines
    เพลง Pangarap Lang Kita (You’re just a dream)
    ศิลปิน Parokya Ni Edgar

    ” ซื้อลอตเตอรี่มันยังดีกว่าเลยเพราะยังมีโอกาสถูก ไม่เหมือนกับเธอที่ไม่มีวันจะได้มาครอบครอง … เธออยู่สูงเกินไป ฉันก็เเค่คนที่ไม่มีอะไรคนหนึ่ง และถึงเเม้ฉันจะรักเธอมากเท่าไหร่ ฉันก็ไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าการเก็บความรู้สึกนั้นไว้ คงต้องยอมรับเเละเข้าใจว่าเธอเป็นเพียงเเค่ความฝันเท่านั้น ”

    มิวสิควีดีโอเพลง Panggarap Lang Kita ซึ่งหมายถึง เธอเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น เป็นเพลงของศิลปินกลุ่มชื่อดังของฟิลิปปินส์ในชื่อว่า Parokya Ni Edgar โดยเป็นวงดนตรีที่รวมตัวกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 และโด่งดังจากแนวเพลง alternative rock แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาร้องเพลงในแนว Pop ภายใต้สังกัด Universal Records Philippines ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านผลงานเพลงและมีศิลปินที่โด่งดังมากมายในฟิลิปปินส์

    จากการรับชมมิวสิควีดีโอเพลง Panggarap Lang Kita ซึ่งเป็นเพลงสัญชาติฟิลิปปินส์ข้างต้น มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

    – การที่ฟิลิปปินส์ตกเป็นอาณานิคมของอเมริกากว่าครึ่งศตวรรษ (หลังจากสเปน) ทำให้อิทธิพลอเมริกาแทรกซึมเข้าสู่สังคมฟิลิปปินส์แทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง วีถีชีวิต อาหารการกิน หรือแม้กระทั่งวงการเพลง สังเกตเห็นได้ว่าภาพรวมของวงการเพลงฟิลิปปินส์นั้นมีลักษณะเป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์ อเมริกา ให้เห็นกัน ทั้งการผลิต การสร้างงานเพลงภาษาอังกฤษที่ถูกผลิตค่อนข้างเยอะ

    – การเปลี่ยนแนวเพลงของศิลปินกลุ่มนี้อาจเนื่องมาจากยุคสมัย ความนิยมของสังคมฟิลิปปินส์ที่เปลี่ยนไป โดยมีลักษณะที่ค่อนข้างสอดคล้องกับกระแสโลก กล่าวคือ ยุคของการก่อตั้งวงเริ่มแรกของวงนี้เป็นยุคสมัยเดียวกับวงร็อคอย่าง Nirvara, Pearl Jam และ Soundgarden จนกระทั่งในปัจจุบันที่เป็นเพลงในกระแสป็อปที่ได้รับความนิยม อาจเป็นพลังของระบบทุนนิยมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

    – จากเนื้อหามิวสิควีดีโอข้างต้น เป็นความรักที่ผู้ชายคนหนึ่งมีให้ผู้หญิงที่มีสถานะทางเศรษฐกิจ สังคมที่แตกต่างกัน ซึ่งเรามักจะพบเห็นเพลงที่สะท้อนความแตกต่างกันเช่นนี้ได้ในทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากความหลากหลายทางศาสนา ภูมิศาสตร์ของประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะจำนวนมาก บวกกับจำนวนประชากรฟิลิปปินส์ที่มีเป็นจำนวนมาก ฟิลิปปินส์มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง เกิดความยากจนขึ้นเป็นอย่างมาก และถ้าไม่ดูจากตัวเลขเศรษฐกิจ ดัชนีความเหลื่อมล้ำ เรายังสามารถเห็นความแตกต่างนี้ได้จากการใช้ชีวิตประจำวันจากในมิวสิควีดีโอชิ้นนี้มีฉากที่ใช้วัตถุนิยมเป็นตัวบอกสถานะทางสังคม เสณษฐกิจของคนรวย และมีฉากที่น่าสนใจฉากหนึ่งที่เป็นป้ายติดบนกำแพงในละแวกที่พระเอกมิวสิควีดีโออาศัยอยู่คือย่าน Chinatown ในมะนิลาว่า Bawal umihi (0.29) ซึ่งแปลได้ว่า ห้ามยืนฉี่ตรงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมุมหรือพื้นที่ของคนจนที่ถูกบดบังด้วยตึกใหญ่ โดยคนจนเหล่านี้ที่มีอาชีพรับจ้างในเมืองใหญ่จำนวนมากที่ต้องดำเนินชีวิตประจำวันในพื้นที่เล็กๆให้ได้ และแน่นอนว่าเป็นวิถีที่แตกต่างไปจากคนรวย

    – ในประเด็นเดียวกันนี้เรายังมองเห็นการสะท้อนเกี่ยวกับที่ยืนของคนจนในพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งดูเหมือนว่าพื้นที่เหล่านี้จะเป็นของคนที่มีสถานะที่ดีกว่าไปเสียหมด
    กล่าวคือ คนจนบางยังไม่มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำเรื่องส่วนตัว (การปัสสาวะ) จึงต้องออกมาทำเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะ และก็ถูกจำกัดอีกเช่นเคย เเต่คนรวยกลับมีพื้นที่ส่วนตัวไว้เเม้กระทั่งนั่งจิบกาแฟ

    – ประเด็นที่สังเกตได้อีกประเด็นคือ ความแตกต่างทางเชื้อชาติ เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวฟิลิปปินส์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก โดยเราจะเห็นได้จาก นางเอกมิวสิควีดีโอนี้เป็นภาพของคนเชื้อสายจีนในฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคนมีฐานะ (ดูจากตอนเริ่มของมิวสิควีดีโอWelcome to Manila Chinatown ) และจากลักษณะภายนอกของพระเอกมิวสิควิดีโอน่าจะเป็นคนพื้นเพเดิมที่มีเชื้อสายอินโดนีเซีย มลายู

    เเละสำหรับสาเหตุที่เพลงนี้ได้รับความนิยมนั้น อาจด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่าง กล่าวคือ ประการที่หนึ่งคือ กลุ่มศิลปินเองที่โด่งดังมาเป็นเวลานาน ประการที่สอง คุณภาพของงานเพลง ประการที่สาม กลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่พอสมควร อาจเนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำกันมากในสังคมฟิลิปปินส์และคนส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในสถานะที่รองกว่า
    ประการสุดท้าย อาจด้วยเรื่องการปล่อยเพลง “ถูกที่ถูกเวลา” คนในสังคมช่วงนี้ (เพลงปี 2011) ส่วนใหญ่เผชิญกับภาวะ อารมณ์ ความรู้สึก เช่นนี้ เป็นต้น

    นางสาวถลัชนันท์ เอ่งฉ้วน

    5341020024

  4. Jittraporn Lertsiri says :

    เพลง Anh Se Quay Ve โดยศิลปิน Weboys จากประเทศเวียดนาม

    เนื้อหาโดยรวมของเพลงนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเพลงป๊อปทั่วไปนัก กล่าวคือเนื้อเพลงจะเน้นไปที่เรื่องของความรัก ความคิดถึงและการรอคอยที่ถือเป็นบททดสอบความรักของคู่รัก ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของเพลงป๊อปโดยทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าเลือกเพลงนี้ เนื่องมาจากมิวสิควีดีโอของเพลงที่สะท้อนให้เห็นขนบธรรมเนียม วิถีชีวิตของคนเวียดนามรวมถึงอิทธิพลของประเทศจีนที่แฝงอยู่จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวิถีชีวิตของคนเวียดนาม

    ในฉากเริ่มของมิวสิควีดีโอเพลงนี้ เราจะเห็นภาพการเกษตรกรรม การทำไร่ชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนเวียดนามที่ภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อต่อการทำเกษตรและกสิกรรม ต่อมาในฉากของบ้านพระเอกเอ็มวี เราจะเห็นกลิ่นอายความเป็นจีนตั้งแต่การตกแต่งบ้าน ค่านิยมที่แสดงออกผ่านคำพูดและวิธีการปฏิบัติต่อกันและกันของสมาชิกในครอบครัว เป็นต้นว่า ค่านิยมการให้ความสำคัญแก่ลูกชายคนโต หรือการที่ภรรยาต้องมีความเกรงใจ เคารพบทบาทของสามี วัฒนธรรมการเคารพผู้อาวุโส เป็นต้น สิ่งต่างๆที่สะท้อนให้เห็นในมิวสิควีดีโอนี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมของประเทศแม่ที่ต่อประเทศอาณานิคม นั่นคือถึงแม้เวียดนามในปัจจุบันจะเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังคงมีมรดกของประเทศแม่ที่ได้หลงเหลือไว้ในรูปแบบของวิถีชีวิตและวัฒนธรรม (ประเทศเวียดนามเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนเป็นระยะเวลายาวนานกว่าพันปี ตั้งแต่ในช่วงของราชวงศ์ฮั่น (ยุคก่อนค.ศ.111-ค.ศ.938) จนกระทั่งได้อิสระในยุคของราชวงศ์ถัง)

    อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากในสังเกตคือเพลงนี้ออกมาในช่วงของปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหาความขัดแย้งทางด้านดินแดนบริเวณหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ยังไม่ทวีความรุนแรงมากนักดังเช่นในปัจจุบัน แน่นอนว่าปัญหาความขัดแย้งทางด้านดินแดนต้องกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจทำให้ค่านิยมบางอย่างที่จีนเคยมีอิทธิพลต่อเวียดนามลดลง เพราะเวียดนามหันไปพึ่งมหาอำนาจอีกประเทศ (สหรัฐอเมริกา)ในการคานอำนาจ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการซ้อมรบกันระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ข้อสังเกตอีกประการคือถึงแม้เวียดนามและจีนจะมีปัญหาความขัดแย้งกันทางด้านดินแดนแต่ทั้งสองฝ่ายก็หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันโดยตรง ทั้งนี้อาจอธิบายได้ national interest หรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มีร่วมกันอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทั้งสองประเทศพยายามเลี่ยงการเผชิญหน้ากันโดยตรง เพราะอาจทำให้เสียผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

  5. นุชประภา โมกข์ศาสตร์ says :

    เพลง Cinta Muka Buku
    ร้องนำ Najwa Latif

    Najwa Latif‬ เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวมาเลเซีย อายุเพียง 16 ปี เพลง Cinta Muka Buku เป็น single แรกที่เธอร้องในปี 2011 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนฟัง เพลงของเธอมียอดวิวทะลุ 5 ล้านภายในไม่กี่เดือน ซึ่งทำให้พบว่าชาวมาเลจำนวนมากหันมาฟังเพลงลักษณะนี้มากขึ้น เพลงทุกเพลงที่ร้องเรียบเรียงโดยตัวผู้ร้อง ส่วนเนื้อร้องแต่งโดยพี่สาวแท้ๆ ของ Najwa Latif เนื้อเพลง Cinta Muka Buku พูดถึงการตามหาความรักบน social network ซึ่งมิวสิควีดิโอนำเสนอเรื่องราวแนวน่ารัก สดใส เหมาะกับคนฟังทุกวัย อีกอย่างหนึ่งคือปัจจุบันมาเลเซียสนับสนุนวัยรุ่นที่มีความสามารถให้ก้าวขึ้นมาสู่เส้นทางดนตรีมากขึ้น จึงกล่าวว่าสังคมมาเลเซียเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมเพลงในประเทศได้เสรีขึ้น ซึ่งขัดแย้งกับวัฒนธรรมและสังคมอิสลามท่ีช่วงเวลาหนึ่งห้ามไม่ให่ผู้หญิงลุกขึ้นมาแสดงบทบาทมากเกินไปเนื่องจากขัดต่อหลักศาสนา

    มาเลเซียมีอุตสาหกรรมเพลงที่หลากหลายประเภท และได้ชื่อว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชีย (NICs) ด้วยความเป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ตลาดเพลงในมาเลเซียจึงสะท้อนความเฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มคนฟังที่ต่างกัน ปัจจุบันอุสตสาหกรรมเพลงในมาเลเซียได้รับอิทธิพลจากดนตรีตะวันตกเป็นอย่างมาก จากภาพที่เห็นในมิวสิควิดิโอนั้นมีเครื่องดนตรีสมัยใหม่ แนวเพลงก็เน้นเสียงของกีต้าร์เป็นหลัก ทำนองมีความไพเราะ เพลงนี้จึงติดตลาดเพลงยอดนิยมภายในระยะเวลาอันสั้น เข้าถึงคนฟังได้ทุกวัยตั้งแต่ เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคน เพราะเนื้อหาและการนำเสนอค่อนข้างเหมาะสม อย่างเช่น การแต่งตัวของ Najwa Latif‬ ที่ต้องสวมชุดปกติของผู้หญิงอิสลาม สะท้อนวัฒนธรรมของคนมาเลว่าถึงแม้มาเลเซียจะได้รับเอาอิทธิพลทางดนตรีมาจากประเทศตะวันตกแต่การทำเพลง รูปแบบการนำเสนอยังคงมีการรักษาวัฒนธรรมการแต่งกายเอาไว้ เพราะนักร้องของมาเลเซียจำเป็นต้องเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชน ในอนาคตอุสาหกรรมเพลงของมาเลเซียน่าจะสามารถเจาะตลาดอาเซียนได้มากขึ้น อาจมีการแลกเปลี่ยนหรือจัดสัมนาระหว่างประเทศในเรื่องวัฒนธรรมทางดนตรี หรืออาจมีการบรรเลงเพลงร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีแนวเพลงใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่รักดนตรีสามารถมีเวทีในการแสดงความสามารถดังกล่าวได้มากขึ้น

    นางสาวนุชประภา โมกข์ศาสตร์
    5341033124 ภาควิชาปกครอง

  6. THYP P. BHAVABHUTANON NA MAHASARAKARM says :

    เพลง timor oan mos bele (เราคือชาวติมอร์ผู้บริสุทธิ์)

    เป็นเพลงที่ปล่อยออกมาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดย เพลง “Timor Oan Mos Bele” นำมาจากวิดีโอเพลง CSJ 2011 ซึ่งเป็นอัลบั้มไปที่จะออกอากาศใน TVTL เมื่อ 30 ธันวาคม 2011 นำแสดงโดย Tifania, Juvelino, Reinaldo, Alvaro and Savio

    เนื่องจากเพลงนี้ไม่มีคำแปล จึงต้องแปลเองตามsubtitleในMV โดยเริ่มแปลจากท่อนฮุคของเพลงที่ท่อนฮุคร้องว่า hatudu ba ema katak timor oan mos bele แปลว่า to show people that The Timorese are not Indonesians ตรงนี้เองทำให้ทราบการสื่อสารของเพลงนี้ ซึ่งถ้าเราแปลความหมายเนื้อเพลงไม่ออกมันก็ถือเป็นเพลงวัยรุ่นตามสมัยนิยมเพลงหนึ่งทั่วไปที่มีจังหวะสนุก ดนตรีเร้าใจ และการแรพอย่างตะวันตกในเพลง แต่แล้วใครจะคิดว่ามันเป็นเพลงปลุกใจให้รักชาติทุกเนื้อความของบทเพลงแม้กระทั่งท่อนแรพหล่ะ? ตรงนี้แสดงว่ารัฐบาลและประชาชนชาวติมอร์กำลังสร้างค่านิยมคำว่า ชาติติมอร์ตะวันออก ให้กับคนทั่วไปโดยเน้นเฉพาะกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ เพราะเพลงมีทำนองอย่างตะวันตกจะสามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่ายกว่า ดังนี้เรียกว่าเป็นการสร้างชาติผ่านสื่อ หรือการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างชาติในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นเดียวกัน และมีท่อนหนึ่งที่มีเนื้อเพลงมีความว่า พวกเราอย่ายอมแพ้ขึ้นเมื่อเราเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ความเปลี่ยนแปลงตรงนี้หมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่แยกตัวออกมาจากอินโดนีเซีย หรือความเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ภายนอกยังไม่สามารถชี้เฉพาะลงไปได้ แต่เพลงนี้ก็เป็นผลผลิตของความเป็น modernity ผ่านกระบวนการสร้างชาติที่มาจากกระบวนการ modernization และดูเหมือนทำนองดนตรีแนวนี้มันจะไปได้ดีในกระแสการพัฒนาอีกด้วย อีกประการหนึ่งประเทศติมอร์ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นตะวันตก เช่นการสอดแทรกความหมายที่แท้จริงของเพลงด้วยท่อนแรพภาอังกฤษปนกับภาษาเตตุมซึ่งเป็นภาษาพื้นเมือง อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือคอมเม้นของวีดีโอส่วนใหญ่ มักจะทิ้งท้ายว่า god bless (แสดงความเป็นคริสต์) หลังจากจบคอมเม้นวิจารณ์ ส่วนวีดีโอเพลงอื่นๆมักจะเป็นทำนองพื้นเมืองช้าๆเนิบๆเหมือนเป่าปี่มักไม่ค่อยได้รับความนิยมจำนวนการคลิกดูจะอยู่ที่หลักร้อยไม่ก็หลักพันเท่านั้น มีคนdislikeเยอะ ต่างจากวีดีโอเพลงข้างต้นที่ยกมาซึ่งคนส่วนใหญ่ชื่นชอบและมียอดคลิกดูอยู่ที่หลักหมื่นด้วยจังหวะทำนองเพลงแบบตะวันตก ท้ายสุดเพลงของติมอร์ส่วนใหญ่จะแต่งมาแบบรักชาติ สร้างความเป็นชาติเดียวกันและย้ำว่าเราไม่ใช่อินโดนีเซีย เนื่องจากการที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยผ่านพื้นฐานการนับถือศาสนาคริสต์(เช่นเดียวกับอิสราเอล)โดยการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน การพัฒนา และปัจจัยพื้นฐานต่างๆจากUN อีกด้วย.

  7. นายวิชชวัฒน์ รอดรัตษะ 5441060124 says :

    นักร้องมาเลเซีย”Siti Nurhaliza” หรือ เราจะเรียกกันสั้นๆว่า “CT”เธอเป็นนักร้องมาเลเซีย และทำตลาดในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ไปด้วย เธอมีผลงานคว้ารางวัล MTV Asia Award for Favorite Artist Malaysia ถึง 4 ปีซ้อน ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าเธอเป็น Diva เพลงป็อป ในประเทศมาเลเซียเลยก็ว่าได้
    เนื้อหาของเพลง Bukan Cinta Biasa

    ซึ่งกล่าวถึง การมีความรักที่แสนเศร้าโศกของหญิงสาวซึ่งพบกับคนรักที่มีความเชื่อมันต่างกันและแตกต่างกันเธอต้องการให้ความรักของเธอและเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คนรักที่ไม่ต้องอยู่ในสภาวะบังคับ คนรักที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเข้ากับเธอได้ เธอต้องการความมั่นใจจากคนที่เธอรัก คำสัญญาความมั่นใจที่เธอรอจากเขาเพียงผู้เดียว เธอเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ต้องการเดินหันหลังกลับไปให้กับความรักและเธอเพียงเฝ้ารอแค่ความมั่นใจจากคนที่เธอรัก
    ใน Mv เพลงนี้เราจะพบว่า ซิตี เป็นนักร้องที่แต่งตัวได้เรียบร้อย สวมใส่เสื้อผ้ารัดกุมซึ่งตรงกับธรรมเนียม ศาสนาและประเพณีของประเทศมาเลเซียซึ่งเธอยังคงแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติได้อย่างชัดเจนและเมื่อค้นหาประวัติของเธอเพิ่มเติมพบว่านักร้องสาวคนนี้ได้เปิดคอนเสิร์ตที่ Royal Albert Hall ในประเทศอังกฤษมาแล้ว พิสูจน์ทฤษฎีหนึ่งได้ว่า “ไม่ต้องโป๊ ก็ go inter” ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่องสำหรับวงการนักร้องในแถบเอเชียที่เน้นคุณภาพของเสียง มากกว่าขายรูปลักษณ์ภายนอก
    วัฒนธรรมในประเทศมาเลเซียที่ต้องเรียกได้ว่าเป็นการรักษารูปแบบวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสเพียงเลือกปรับรับวัฒนธรรมบางอย่างและยังคงรักษาจุดยืนของวัฒนธรรมการแต่งกายที่ไม่แปรเปลี่ยนไปตามประเทศตะวันตก การคงคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทบถูกกลืนกินโดยประเทศตะวันตกเหล่าอาณานิคมแต่มาเลเซียเองก็ยังคงรักษาคุณค่าที่ดีงามเหล่านี้ไว้ได้ซึ่งถือว่าน่ายกย่องสำหรับระเทศหนึ่งในสมาชิกอาเซียน

    วิชชวัฒน์ รอดรัตษะ 5441060124

  8. น.ส. จิตอนงค์ สารภีเพ็ชร 5241003224 says :

    บทเพลงเป็นงานที่สะท้อนภาพของสังคม เพลงสมัยนิยมจัดเป็นเพลงวัฒนธรรมมวลชน (Mass Culture) เป็นวัฒนธรรมและความพึงพอใจที่เกิดจากคนส่วนใหญ่ ทำให้กระแสเพลงสมัยนิยมเป็นที่ถูกจับตามองว่า มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปในทิศทางใดบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยส่วนใหญ่ของชนในชาตินั้นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่
    ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของสังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้บทเพลงจากทำนองง่ายๆ ปรับเปลี่ยนไปสู่เพลงสมัยนิยม ที่เป็นการผสมผสานเพลงตะวันตก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่มีการผสมผสานเพลงตะวันออกอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศที่มีการพัฒนามากกว่าในภูมิภาคเดียว อาทิเช่น ไทย เข้ามามีบทบาทในวงการเพลงสมัยนิยมของประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ
    เพลงสมัยนิยมของกัมพูชาอาจเกิดขึ้นหลังรับเอกราช ราวปี ค.ศ.1955 แต่แพร่หลายมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเพลงแนวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพลงสมัยใหม่ของเขมรมีอิทธิพลต่อแฟชั่นของเขมรด้วย เช่น การถักเปีย เป็นต้น แต่เพลงสมัยใหม่เริ่มสะดุดลงในปี ค.ศ. 1975-1979 ช่วงยุคเขมรแดง ประชาชนถูกสั่งห้ามร้องเพลงสมัยใหม่เด็ดขาด แต่ชาวเขมรก็แอบจำกันไว้ ถ่ายทอดแบบปากต่อปาก นอกจากนี้คนที่ลี้ภัยอาศัยอยู่ต่างประเทศมักสร้างสรรค์เนื้อเพลงแนวลูก-แม่ที่ถูกผลัดพรากกันในช่วงสงคราม
    สังเกตได้ว่าพัฒนาการของเพลงสมัยนิยมของกัมพูชาได้แต่ละยุคสมัยใหม่ สะท้อนถึงการเมืองและความรู้สึกนึกคิดของชาวกัมพูชาเป็นอย่างมาก แม้ว่าวงการเพลงของกัมพูชาจะเริ่มพัฒนาไม่กี่ช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้เองนับตั้งแต่การเปิดประเทศของสมเด็จฮุนเซน
    เพลงสมัยนิยมของกัมพูชาได้รับอิทธิพลที่เด่นชัดมีสองลักษณะคือ แบบคล้ายคลึงหรือเหมือนกับตะวันตกและเกาหลีเป็นหลักโดยเฉพาะเพลงที่ได้รับความนิยมมาก และอีกแบบได้รับอิทธิพลการแสดงเนื้อหาเพลงในมิวสิควิดิโอรวมถึงรูปแบบลักษณะเดียวกับเพลงป๊อปของไทย
    เพลง ‘KH-Stars-Ring Ding Dong’ ได้แสดงถึงการเข้ามามีอิทธิพลของเพลงเกาหลีเป็นอย่างมาก อาทิ การแต่งกาย การแสดงออกทางท่าทาง โปรดักชั่น ทั้งหลายรวมถึงทำนองเพลงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพลงนี้ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับเกาหลี แต่มีเพลงอีกจำนวนมากที่นักร้องกัมพูชาได้นำดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นของตนอีกด้วย
    การทำตามกระแสนิยมภายนอกประเทศที่กำลังนิยมอยู่นี้ อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้คนจดจำและรู้จักประเทศนี้ โดยผ่านการตลาดของวงการเพลง ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการอุตสาหกรรมในประเทศได้เป็นอย่างดี เช่น เกาหลีที่ประสบความสำเร็จกับกลยุทธ์นี้แล้ว หรือแสดงออกให้เห็นถึงภายในประเทศเองที่ได้รับค่านิยมจากภายนอกตามกระแสโลกาภิวัตน์
    ดังนั้น วงการเพลงสมัยนิยมของกัมพูชาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเดิมไป โดยเฉพาะรูปแบบการสื่อสารและเนื้อหาจากในช่วงยุคเขมรแดง โดยการสื่อสารและเนื้อหามีการผันแปรไปตามกระแสโลกเพื่อทำให้เกิดความเป็นสากล ในความพยายามเป็นสากลนั้นข้างในกลับสะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของประเทศตนอยู่ทำให้เกิดความแปลก แต่ก็เป็นความแปลกที่มีเสน่ห์เช่นเดียวกัน ฉะนั้นวงการเพลงของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลจากภายนอกเป็นหลักสำคัญ มากกว่าจะเป็นการสร้างวัฒนธรรมเพลงสมัยนิยมของตนเอง

  9. รุ่งทิวา เงินปัน says :

    เพลง Lihat aku ศิลปิน BeXXa จากประเทศอินโดนีเซีย

    ความหมายของเพลงคือการที่ผู้หญิงบอกให้ผู้ชายมองมา (lihat aku หมายความว่ามองมาที่ฉัน) เป็นการบอกให้ผู้ชายรู้ว่าผู้หญิงมีค่าแค่ไหน จากที่ผู้ชายอาจมองเขาเป็นแค่ของเล่น ชอบโกหก และทำให้ผู้หญิงผิดหวัง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คิดผิด ดังนั้นผู้หญิงจึงให้ผู้ชายลืมเขาซะ แต่ก่อนจะไปก็ให้มองมาว่าที่จริงแล้วผู้หญิงมีอะไรที่น่าสนใจอีกมากมาย
    ——————————————
    จากที่ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ซึ่งร้องโดยนักร้องวง BeXXa ซึ่งเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ของอินโด ที่เพิ่งเปิดตัวเพลงนี้เมื่อไม่นานมานี้ จากในเอ็มวีจะเห็นว่าเป็นเอ็มวีที่เน้นสีสันของเครื่องแต่งกาย และแสดงให้เห็นว่านักร้องเพลงป็อปของอินโดนั้นได้รับอิทธิพลมาจากเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะของญี่ปุ่นและเกาหลี ทำให้ในเอ็มวีเน้นไปที่การเต้นและเน้นที่นักร้องเพียงอย่างเดียวแบบที่รับมาจากญี่ปุ่นและเกาหลี นั่นแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมของอินโดไม่ได้ปรากฏในเอ็มวีเพลงป็อปเลย มีแต่วัฒนธรรมที่รับมาเท่านั้นและจะเห็นได้อีอย่างหนึ่งคือการแต่งกายของนักร้องที่แต่งตัวแบบเดียวกันหมด และหลายๆคนที่มองว่าอินโดนีเซียเป็นเมืองมุสลิมนักร้องก็ควรที่จะใส่ผ้าคลุม แต่สิ่งที่ปรากฏคือนักร้องผู้หญิงไม่มีการใส่ผ้าคลุมเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะการได้รับอิทธิพลของการเป็นเมืองขึ้นมาก่อนที่ส่งผลมา และนั่นก็คงทำให้คนอินโดไม่ชอบเพลงที่เอ็มวีนักร้องไม่ใส่ผ้าคลุมด้วยก็เป็นไปได้

    จากข้อมูลที่ได้รับมาจากอาจารย์ชาวอินโดนีเซียเกี่ยวกับวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนอินโดนั้นคือคนอินโดจะชอบฟังเพลง dangdut ซึ่งเป็นเพลงชนิดหนึ่งของอินโดซึ่งคล้ายๆกับเพลงพื้นบ้านของเขาที่ไม่ว่าจะเปิดที่ไหน เมื่อไหร่ก็ตาม ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะต้องลุกขึ้นมาเต้นทุกคนโดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร นั่นก็แสดงให้เห็นว่าคนอินโดไม่ได้ชอบฟังเพลงป็อปเท่าไหร่นักจึงทำให้เห็นได้เลยว่าเพลงป็อปของอินโดจึงมียอดวิวใน youtube น้อย

    รุ่งทิวา เงินปัน 5341051424

  10. PRANCHALEE KEEREEWET says :

    เพลง Mingalar (Version Mix)

    เนื้อเพลง Mingalar มีความหมายคือ เป็นเพลงที่พยายามสื่อถึงความทันสมัยของพม่าที่มีไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่นๆในโลก ความปกติและเป็นธรรมชาติของผู้คนในพม่าที่ไม่แตกต่างจากผู้คนชาติอื่นๆในโลกคือ ชาวพม่ามีความยินดีที่จะต้อนรับแขกผู้มาเยือนประเทศตนให้ได้พบกับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีและการทักทายด้วยภาษาพม่าคือ มินกาลาบา นอกจากการนำเสนอภาพพม่าในรูปแบบใหม่ที่เปิดตัวสู่โลกภายนอกแล้ว ยังมีการนำเสนอบทบาทของผู้หญิงพม่าในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศด้วยเช่น การเชิญชวนให้แขกผู้มาเยือนได้ท่องเที่ยวให้ทั่วประเทศพม่า จุดขายที่เด่นชัดเป็นพิเศษกว่า MV เพลงอื่นๆคือ เพลง Mingalar เสนอการต้อนรับทั้งในแบบอบอุ่นอ่อนโยนและแบบสนุกสนานครึกครื้นของชาวพม่าที่ปฏิบัติต่อผู้มาเยือนประเทศ

    Music Video เพลง Mingalar ผลงานของวง Tiger Girls ร่วมกับ Miki ศิลปินหญิงกลุ่มแนวหน้าของประเทศพม่า เป็นภาพสะท้อนที่ดีในเรื่องการพัฒนาแบบพึ่งพาคือ มีการนำเสนอความกล้าแสดงออก ความสดใสและความทันสมัยในแบบที่โลกสมัยใหม่ต้องการของผู้หญิงชาวพม่า MV นี้จึงทำให้มองเห็นพม่าในมุมมองที่แปลกตาไปจากภาพในอดีตซึ่งเป็นพม่าเคยถูกมองว่าเป็นประเทศที่ปลีกและปิดตัวเองออกไปจากโลกภายนอก แต่ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามนำเสนอความเป็นสมัยใหม่ที่พม่าปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้ต่างไปจากเดิมแล้วแต่ก็ยังปรากฏว่ามีการผสมผสานดนตรีพื้นเมืองของพม่าอยู่ในเพลงกว่าครึ่งเพลง แสดงให้เห็นว่าเพลงสตริงของชาวพม่ายังคงรักษาความเป็นพม่าที่มีวัฒนธรรมกระแสรองที่หลากหลายเอาไว้อย่างมาก

    การสื่อสารกับผู้ชม MV นี้อาจได้รับอิทธิพลในการสร้างขึ้นให้เป็นไปตามแนวทางของแนวดนตรีกระแสหลักทั้งฝั่งตะวันตกและเกาหลีซึ่งเป็นกระแสที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ผลงานเพลงในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดีการเชิญชวนให้ผู้ชมมาเยือนประเทศพม่า ศิลปินชาวพม่าก็ไม่ได้ละทิ้งรากเหง้าและวัฒนธรรมของตนเองที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมได้เลย แต่กลับนำเสนอความเป็นพม่าในฐานะที่เป็นความปกติ ภาพวัฒนธรรมที่หลากหลายถูกนำเสนอในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการลอกเลียนแบบการสื่อสารกับผู้ชมจากแนวดนตรีกระแสหลักทั้งหมด จึงควรถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดีที่ศิลปินชาวพม่ามิได้เขินอายในการเสนอภาพลักษณ์ที่แท้จริงแต่ไม่เลิศหรูของตนเอง เพียงแต่พยายามปรับและประคองตัวให้อยู่รอดและเป็นปกติในแบบของตนเองได้ท่ามกลางกระแสทุนนิยมโลกเท่านั้น

    ปราญชลี คีรีเวช
    5341036024

  11. หนึ่งฤดี นวนสาย says :


    Sat Mi Sat Yar
    By Sai Sai Khan Hlaing
    เพลงที่นำมาเป็นเพลงรักแนวฮิพฮอพ ของศิลปินฮิพฮอพชื่อดังชาวพม่า เขาเป็นศิลปินในยุคแรกๆของการเกิดขึ้นในดนตรีแนวฮิพฮอพซึ่งได้รับอิทธิพลจากตะวันตก และมีอิทธิพลต่อวงการเพลงพม่าเป็นอย่างมาก เพราะเขาคือวงดนตรีฮิพฮอพคนแรกที่มีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองแม้จะเป็นสิ่งที่ยากในการแสดงคอนเสิร์ตในพม่า แต่ด้วยเสียงร้องและความเป็นสากลที่สามารถครองใจวัยรุ่นพม่า ทำให้เพลงของเขาเป็นเพลงฮิตและมาแรงในขณะนี้
    ดนตรีแนวใหม่อันน่าตื้นเต้นเร้าใจที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสดนตรีโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อแวดวงดนตรีของประเทศพม่าไม่มากก็น้อย หากกล่าวย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปี ที่แล้ว แม้ว่าหมู่วัยรุ่นทั้งหลายจะคลั่งไคล้ดนตรีแนวร็อคกันอย่างเมามันก็ตามแต่ทว่าในปัจจุบัน ได้หันมานิยมดนตรีแนวฮิพฮอพ ป็อป พั้งค์ และแด๊นซ์กันแล้ว โดยเฉพาะในเมืองย่างกุ้งนั้น มีหมู่วัยรุ่น ที่คลั่งไคล้ดนตรีฮิพฮอพมากมาย จนทำให้กระแสความแรงของฮิพฮอพมาเป็นอันดับหนึ่ง
    หลังจากปี ค.ศ.1990 วัฒนธรรมฮิพฮอพของชาติตะวันตกเริ่มปรากฏขึ้น และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศพม่า หมู่วัยรุ่นพม่าหันมานิยมฟังเพลงแนวฮิพฮอพอเมริกันมากขึ้น ทำให้เกิดวงดนตรีฮิพฮอพตามขึ้นมาอีกมากมาย อาทิเช่น เธียโอรี่(Theory),ทูบิ๊ก(TooBig), ซายซายคานลาย(SaiSaiKhamHlaing) และนายเอ็มเอ็ม(9MM) ส่งผลให้กลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุ 15–25 ปีสนใจดนตรีแนวร็อคลดลง ขณะเดียวกันบรรดาผู้ผลิตต่างก็เริ่มหันไปผลิตอัลบั้มเพลงฮิพฮอพเพื่อให้เข้ากับตลาดมากขึ้น จึงทำให้ศิลปินฮิพฮอพค่อยๆสามารถยึดครองการแสดงคอนเสิร์ตไว้ได้ แม้ว่าในปี ค.ศ.2003 ศิลปินฮิพฮอพจะทำได้เพียงแค่แสดงเปิดเวทีก่อนที่ศิลปินเพลงร๊อคและศิลปินเพลงป๊อปนั้นจะขึ้นแสดงบนเวทีก็ตาม แต่ด้วยความสามารถส่วนตัวของศิลปิน รวมถึงการขับร้องบนเวทีอันดีเยี่ยม จึงทำให้พวกเขาสามารถค่อยๆ เข้าไปยืนอยู่ในพื้นที่นั้นได้อย่างเต็มที่
    จนกระทั่งได้มีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของซายซายคำไหลขึ้นที่โรงแรมสแตนด์ บนถนนกานนาของเมืองย่างกุ้งเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2004 นับแต่นั้นเป็นต้นมาการแสดงดนตรีของเหล่าศิลปินแนวฮิพฮอพจึงเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับงานการแสดงอื่น ๆ แล้วประชาชนพม่าที่ให้การสนับสนุนต่องานแสดงดนตรีฮิพฮอพนั้นมีมากมาย ทำให้บรรดาผู้เตรียมงานและผู้จัดงานเหล่านั้นวางแผน และเน้นหนักไปที่การจัดคอนเสิร์ตแนวฮิพฮอพมากขึ้น แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเตรียมงานนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก ผู้จัดจึงมักจะเลือกจัดงานให้เฉพาะศิลปินที่สามารถดึงความสนใจจากผู้ชมส่วนใหญ่ได้เท่านั้น
    สำหรับประเทศพม่าที่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองของรัฐบาลทหารนั้น การจะจัดงานคอนเสิร์ตสักงานนั้นเป็นเรื่องที่แสนยาก เพราะต้องได้รับอนุญาตจากคณะปกครองสูงสุดของมณฑลและรัฐก่อนจึงจะสามารถจัดงานได้ และการขออนุญาตจัดงานนั้นจะต้องยื่นเรื่องเป็นขั้นตอนไปยังหน่วยปกครองสูงสุดของท้องถิ่นเริ่มตั้งแต่หน่วยงานการปกครองส่วนอำเภอ ตำรวจ ทหาร สำนักงานในจังหวัด ตลอดจนคณะผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการยื่นคำร้องขออนุญาตนั้นจะต้องระบุสถานที่ในการจัดแสดง ชื่อจริงของศิลปิน ชื่อวงดนตรีที่จะเข้าร่วมแสดง และเวลาที่จะทำการแสดงลงในใบคำร้อง พร้อมทั้งให้ศิลปินนั้นเซ็นรับรองในคำปฏิญาณว่าจะไม่ขับร้องเพลงที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จะไม่กระทำการที่ขัดต่อรัฐบาล และไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับกลุ่มการเมือง ฉะนั้น หากในรายการนั้นมีชื่อศิลปินที่รัฐบาลได้ห้ามเอาไว้ร่วมแสดงด้วย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้รับอนุญาต
    ในประเทศพม่า การควบคุมอย่างเข้มงวดของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับงานบันเทิงไม่เหมือนกับประเทศอื่น ๆ จากการที่รัฐบาลเป็นกังวลกับการรวมตัวของกลุ่มคน เมื่อจัดงานจึงเข้มงวดทางด้านความปลอดภัย แต่ที่สำคัญก็คือ ทั้งศิลปินและผู้ชมขาดความเป็นอิสระ ศิลปินต้องทำตามข้อจำกัดในเรื่องการแต่งกาย รวมทั้งการขับร้อง ส่วนผู้ชมที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นก็ได้รับความสนุกเพียงเศษเสี้ยว เพราะการจัดวางกำลังของบรรดาตำรวจ ทหาร และหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและเข้มงวด
    แม้ไม่อาจคาดเดาได้ว่า ในอนาคต วงการดนตรีของประเทศพม่าจะเติบโตหรือซบเซา แต่สำหรับปัจจุบันแล้วยังอยู่ในภาวะที่ยังต้องดิ้นรน ยังไม่มีอาคารแสดงชั้นดี และเครื่องดนตรีด้อยคุณภาพ ในบางงานขณะที่ศิลปิน Rapper กำลังขับร้องอยู่ ดีเจหลังเวทีก็จะคอยเปิดดีวีดีเล่นเพลงประกอบ บางทีก็ใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น DJ 500 (Pioneer) ซึ่งก็ไม่มีประเทศไหนใช้กันแล้ว ในทุกครั้งที่ดนตรีแนวใหม่ ๆ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับกระแสดนตรีที่กำลังเปลี่ยนแปลงนั้น แม้ว่าหมู่วัยรุ่นชาวพม่าจะให้ความสนใจ แต่ด้วยกฎระเบียบข้อบังคับอันเคร่งครัดของรัฐบาลจึงทำให้งานบันเทิงของประเทศพม่านั้น อย่าว่าแต่ระดับโลกเลย ขนาดระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นยังแทบเทียบไม่ได้ ซึ่งก็เป็นเหตุมาจากการขาดโอกาสในการสร้างสรรค์บรรเลงได้อย่างอิสระ ดังนั้น โอกาสที่จะไต่ไปถึงระดับนานาชาติได้จึงยังต้องดิ้นรนอยู่อีกไม่น้อย

    หนึ่งฤดี นวนสาย
    534 146 56 24

  12. เอกพงศ์ มีสุข says :

    เนื้อเพลงนี้เป็นเพลง pop ซึ่งร้องเป็นภาษาพื้นถิ่น-ตากาล็อก เป็นที่นิยมมากตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา ถูกนำมาแสดงในการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ 2005 ครั้งที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้เพลงดังกล่าวได้นำมาเป็นเพลงประกอบโฆษณาการท่องเที่ยวของประเทศ และประกอบในรายการดังอย่าง Big Brother The Philippines

    คำว่า Pinoy Ako เป็นภาษาตากาล็อก แปลว่า ฉันเป็นชาวฟิลิปินส์ ในเนื้อเพลงอธิบายถึงความแตกต่างของชาติพันธ์ต่างๆ ที่สามารถรวมเป็นหนึ่งและสร้างความยิ่งใหญ่ให้โลกได้เห็นถึงความเป็นชาวฟิลิปปินส์ของเรา ข้างต้น พอตีความได้ว่า จากเดิมดินแดนนี้ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะทำให้มีความแตกต่างทางชาติพันธ์ที่หลากหลาย การรวมเป็นหนึ่งก็เพราะพระคุณของประเทศอาณานิคม ฟิลิปปินส์จึงค่อนข้างให้ความสำคัญและภูมิใจกับการตกเป็นอาณานิคม ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ค่อยชูประเด็นเรื่องการตกเป็นอาณานิคมเหมือนฟิลิปปินส์ อีกคุณูปการของการตกเป็นอาณานิคมของสเปนและอเมริกา คือ การทำให้ประเทศมีภาพพจน์ที่ทันสมัย มีอารยธรรมความเจริญ คล้ายชาติตะวันตกมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังกล่าวทำให้ความเป็นชาตินิยม ของฟิลิปปินส์จึงน้อย

    เพลงดังกล่าวจึงเป็นเสมือนการปลุกความเป็นชาตินิยมใหม่ ที่ไม่เคยมี ผ่านเพลงที่ไม่เป็นทางการและดูทันสมัยขึ้น เนื้อเพลงร้องเป็นภาษาตากาล๊อก ทำนองดนตรีมีลักษณะความเป็นพื้นถิ่น ร้องโดยนักดนตรีจากต่างจังหวัดของฟิลิปปินส์ วง Orange And Lemons หลังจากเพลงดังกล่าวออกมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คนดูใน youtube เป็นจำนวนมาก และมี comment ในลักษณะภูมิใจในเพลงนี้ อาจตีความได้ว่า หลังจากคนฟิลิปปินส์พยายามใช่วิถีชีวิตแบบตะวันตก ฟังเพลงสากล เลียนแบบตะวันตกทุกอย่าง จนอาจลืมความเป็นตัวตนดั้งเดิมของตนไป พอเพลงดังกล่าวออกมา จึงเป็นเหมือนตัวส่งผลสะเทือนให้ย้อนไปคิดถึงกำพืดของตนเองที่ลืมไป

    ใน MV เพลงดังกล่าวถูกใช้ประกอบรายการ Big Brother The Philippines ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นผ่าน MV ถึงการอยู่ร่วมกับในบ้านและวิถีชีวิตที่ดูเป็นตะวันตก แต่การเอาเพลงดังกล่าวมาประกอบ จึงอาจสื่อถึงว่าถึงแม้วิถีชีวิตเราจะดูเป็นตะวันตก แต่เราก็ไม่ค่อยลืมความเป็น Pinoy Ako ความเป็นหนึ่งเดียวของชาวฟิลิปินส์ เพลงดังกล่าวยังนำมาเป็นเพลงที่ใช้ร้องแสดง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2005 ให้ประเทศเพื่อนบ้านได้ฟัง และทำเป็นเพลงประกอบโฆษณาการท่องเที่ยวของประเทศเผยแพร่ไปทั่วโลก เท่ากับอาจสะท้อนการสร้างชาตินิยมที่ไม่เคยมีมาก่อนให้โลกรู้

    เอกพงศ์ มีสุข

    524 10594 24

  13. Jakraparkt says :

    ศิลปิน The Me N Ma Girls (2011)
    Video Description: Me N Ma Girls want to be “girls in the world”. After living in a closed country for so long we are so happy to be in the process of being accepted. With openness and communication we can continue to move forward. As a girl band, and as a country.

    เดิมนั้นวงนี้ใช้ชื่อว่า the Tiger Girls (2008-2010) แต่ภายหลังที่พม่าได้เปิดประเทศแล้ว จึงได้เปลี่ยนชื่อที่มีลักษณะที่พ้องเสียงกับชื่อประเทศ Myanmar ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวงเกิร์ลกรุ๊ปวงนี้เป็นวงแรกภายใต้อุตสาหกรรมเพลงของพม่าที่มีปัญหาด้าน censorship มาตลอด และรวมถึงการกีดกันการแสดงออกของผู้หญิง ที่เมื่อก่อนจะไม่สามารถออกมาเต้นเพลงที่มีจังหวะเร็วๆได้ รวมถึง freedom of speech ในเนื้อหาของเพลง ซึ่งอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกที่ผสมผสานระหว่างป๊อปแดนซ์และฮิปฮอป

    ชื่อเพลงที่แปลว่า สวัสดี นั้นน่าจะหมายความว่าการได้รับเสรีภาพในด้านต่างๆของประชาชนที่เริ่มสามารถแสดงออกได้กว้างขวางมากขึ้นไม่ต้องคอยระแวดระวังอีกต่อไปแล้ว..

    แต่ข้อสังเกตคือ เสรีภาพที่เกิดขึ้นมีเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป! เพราะแม้แต่ชื่อวงที่เปลี่ยนมานั้น โปรดิวเซอร์น่าจะต้องการที่จะประนีประนอมกับผู้ที่่เฝ้ามองอยู่ ถึงกับยอมใช้ชื่อประเทศที่ได้มาจากรับบาลเผด็จการทหาร แถมเพลงที่นำมาเดบิวต์หรือโปรโมทเป็นเพลงแรกในปี 2011 ก็เป็นเพลงที่เหมาะเหลือเกินที่จะนำมาโปรโมตการท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่การสลับเปลี่ยนระหว่างรากเหง้าเดิมกับความทันสมัย ฉาก ที่เน้นย่านชุมชนพื้นบ้าน วัด ที่แปลกตา สลับกับพื้นหลังที่เป็นกราฟฟิตี้ หรือชุดพื้นเมืองผู้หญิงเผ่าต่างๆกับชุดตามแบบตะวันตกได้อย่างลงตัว รวมถึงเนื้อเพลงที่ความยืดหยุ่นของแนวเพลงสไตล์ฮิปฮอปก็คือ การที่ผู้แต่งสามารถที่จะยัดเนื้อหาลงไปได้เยอะพอสมควรในท่อนแร็ป ที่สำคัญ คือ ทุกท่อนเป็นภาษาอังกฤษหมด และง่ายต่อการนำเครื่องดนตรีประกอบจังหวะพวกกลอง-ฉิ่งพื้นบ้านมาเป็นบีตได้อย่างกลมกลืน

    จักรภาค ทวยหาญรักษา 524 1001024

  14. วัชราพร คงศิริปัญญา says :

    เพลงนี้เป็นเพลงที่มีทำนองสนุก สำหรับในประเทศมาเลเซียเพลงนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น โดยสามารถสังเกตได้จากยอดผู้ชมในยูทูปที่ทะลุขึ้นหลักล้านภายในเวลาเพียงไม่นาน ซึ่งสำหรับวงการเพลงมาเลเซียนั้นเพลงที่แตะหลักล้านได้นั้นถือว่ายากมากๆ (ยอดวิวในขณะที่ส่งงานชิ้นนี้คือ 10,141,938 ล้านวิว)

    เพลงนี้ขับร้องโดยศิลปินดูโอที่มีชื่อว่า Sleeq ซึ่งเป็นศิลปินเพลงฮิพฮอพที่มีชื่อเสียงของประเทศสิงคโปร์ และมีนักร้องสาวชาวมาเลเซียวัย 16 ปี Najwa Latif ร่วมขับร้องด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาษามาเลย์ยังคงเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงทั้งสองประเทศเข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าสิงคโปร์จะแยกประเทศออกไปแล้วแต่ทว่าก็ยังคงมีการใช้ภาษามาเลย์อยู่ โดยสามารถตีความได้ว่าการที่ชาวสิงคโปร์ยังคงมีการใช้ภาษามาเลย์อาจจะเพื่อเป็นการให้เกียรติแผ่นดินเดิมซึ่งถือเป็นของชาวมาเลย์ เพราะเมื่อดูจากจำนวนประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์จะพบว่าเป็นคนเชื้อชาติจีนเป็นสัดส่วนที่มากกว่าชาวมาเลย์ดั้งเดิม

    ความหมายโดยรวมของเนื้อเพลงในส่วนที่เป็นเนื้อร้องของผู้ชายจะเป็นไปในทำนอง ของการที่ผู้ชายคิดว่าผู้หญิงที่ตนชอบนั้นให้ความสนใจผู้ชายอีกคนที่รวยมากกว่า ดังที่จะเห็นได้จากประโยคในเพลงที่แปลแล้วว่า “ เมื่อเขาพาคุณไปเที่ยวที่สิงคโปร์ก็พาไปพักที่โรงแรมห้าดาว แทนการพาไปพักที่บ้านญาติ” จากประโยคนี้ก็อาจสามารถตีความให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ความเป็นญาติมิตรกันของสิงคโปร์และมาเลเซียที่ยังคงมีความแน่นแฟ้นกันอยู่ และนอกจากนี้เพลงนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงความทันสมัยของประเทศมาเลเซีย โดยมีการนำเสนอภาพอาคารที่ทันสมัย การติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลเนตเวิร์คโดยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ยวดยานพาหนะที่สวยงาม ทันสมัย โดดเด่น และทำให้รู้ว่า”รถเบนซ์”ที่เมืองไทยเรียกกันนั้นที่มาเลเซียเรียกว่า”รถเมอซิเดส”

  15. WUTTINEE THONGKEAW and THANAPRAT GONGSAB says :

    เพลง Pag Ibig แปลว่า “Love” ในภาษาอังกฤษ ขับร้องโดย Yeng Constantino เป็นเพลงแนว Easy-Listening เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับความรัก เปรียบเทียบกับสิ่งต่าง ๆ

    เพลงนี้ได้รับความนิยมติดสิบอันดับ (Top 10) เพลงในฟิลิปินส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ 2012 สะท้อนให้เป็นถึงค่านิยมของชวาฟิลิปินส์ที่มีต่อแนวเพลง

    รูปแบบการนำเสนอของวีดิโอเพลง (MV) ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงอเมริกา และการแต่งการของ Yeng Constantino เป็น Style การแต่งกาย Fashion ของ ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงไทยด้วย การใส่แว่นใน MV นี้ โดยปกติ Yeng Constantino ไม่ใส่แว่น แต่เป็น Fashion แล้วดูดีที่ได้รับมาจาก ญี่ปุ่น เกาหลีเช่นกัน

    ทั้งนี้เป็นอิทธิพลมาจากโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่สามารถรับข้อมูลข่าวสาร ค่านิยม วัฒนธรรมจากพื้นที่หางไกลจากมุมโลกหนึ่งสู่มุมหนึ่งได้ และความเป็นประชาธิปไตยของฟิลิปินส์ ที่ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาในประเทศได้

  16. kaimukpearl says :

    ชื่อเพลงนั้นแปลว่า อ่าวของหัวใจ หรือที่ภาษาอังกฤษแปลว่า Bay of love ซึ่งเนื้อหาโดยรวมของเพลงนี้เป็นเรื่องของความรักที่เหมือนจะไม่สมหวัง ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแต่ถึงอย่างไรก็ยังรักอยู่ และเชื่อว่าจะติดตามคนรักไปทุกที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เพลงนี้สื่อถึงความรักทั่วๆไปที่ถึงแม้จะเลิกรากันไปแต่ก็ยังมีเยื้อใยให้กัน หรือไม่ก็ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่ลืม

    เพลงนี้ร้องโดยนักร้องสองท่านคือ Siti Nurhaliza กับ Hafiz ซึ่งทั้งสองคนนี้ไม่ได้เป็นนักร้องที่ไม่มีชื่อเสียงแต่อย่างใด แต่ว่าทั้งสองคนนั้นต่างเป็นนักร้องระดับชาติ คนแรก Siti Nurhaliza นั้นเปรียบได้กับทาทายังบ้านเรา เธอผู้นี้เป็นผู้ที่ได้รับรางวัล MTV Award ถึง 5 ครั้งติดต่อกัน และมีชื่อเสียงโด่งดังไปในหลายประเทศที่ใช้ Bahasa Malayu นั้นคือ ประเทศมาเลย์เซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ และอีกท่านหนึ่งที่เป็นนักร้องชายชื่อ Hafiz นั้นเป็นผู้ชนะการแข่งขัน Academy fantasia หรือที่เรียนกันย่อๆว่า AF นั้นเอง เขาชนะการประกวดใน AF season 7 และมีผลงานต่างๆอีกมากมาย จะเห็นได้ว่าเพลงนี้ใช้นักร้องที่มีคุณภาพอย่างมาก

    นอกจากนี้เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้ในการประกอบละครเรื่อง Adam dan Hawa ซึ่งเป็นละครที่ดังมากในมาเลย์เซีย และเป็นละครที่มีความยาวต่อเนื่องถึง 80 ตอน ละครเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร คำว่า Adam dan Hawa นั้นเป็นชื่อเรียกเดียวกับคู่ชายหญิงคู่แรกบนโลกของศาสนาอิสลาม ซึ่งคล้ายคลึงกับศาสนาคริสต์ ที่ชายหญิงคู่แรกที่มาอยู่บนโลกมนุษย์คือ Adam กับ Eve จะเห็นได้ว่าละครเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาสำคัญของประเทศมาเลย์เซียเนื่องจากคนมาเลย์ส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาอิสลาม และเป็นเหตุให้ละครเรื่องนี้เป็นที่นิยมมากในมาเลย์เซียและเพื่อนบ้านที่ใช้ภาษาเดียวกัน
    หากพูดถึงตัวภาพยนตร์ประกอบเพลงหรือเอ็มวีแล้วนั้น เทคนิคการผลิตเอ็มวีนี้ดูได้ซับซ้อนอะไรมากมายเนื่องจากเป็นการถ่ายนักร้องทั้งสองคนที่ร้องเพลงคู่กัน แต่การจัดฉากและการใช้แสงสี นั้นมีความเป็นสากลมาก ถือได้ว่าการถ่ายทำเอ็มวีนี้มีคุณภาพในระดับดีเลยทีเดียว และนักร้องทั้งสองคนนี้ถ่ายทอดอารมณ์ตามเพลงได้ดีมากเช่นกัน

  17. Akesyan says :

    เพลง อยากฟังคำว่าฮัก (ຢາກຟັງຄຳວ່າຮັກ)

    ศิลปิน วงจีนี่

    เพลงนี้เป็นเพลงปอบของศิลปินวงที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศลาว และในประเทศไทยทั้งนี้ก็เพราะภาษาที่ใช้ในการขับร้องนั้นเป็นภาษาลาวซึ่งคนไทยสามารถฟังเข้าใจได้ด้วยเช่นกัน ภาพที่สะท้อนให้เห็นผ่านปรากฏการณ์ดังกล่าวก็คือ การชี้ให้เห้นว่าไทยกับลาวนั้นมีพื้นฐานทั้งในด้านของพื้นเพทางภาษา อู่อารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิธีคิดที่คล้ายกันมาก

    อย่างไรก็ดีทั้งสไตล์การร้อง การแต่งกายของนักร้อง ตลอดจนวิธีการนำเสนอของเพลงนั้นชี้ให้เห็นแล้วว่าความทุรกันดาน และความด้อนพัฒนาอันเป็นผลจากสงครามกลางเมือง และสงครามเวียดนามในช่วงสงครามเย็นนั้นได้ผ่าพ้นไปแล้ว เพราะหากสังเกตจะพบว่าผู้คนในมิสิควิดีโอ ตลอดจนลักษณะของภาษาที่ใช้ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นว่าลาวนั้นเข้าสู่กระบวนการสมัยใหม่ (modernization) ของรัฐสมัยใหม่แล้ว ผู้คนสามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ในการสร้างจิตสำนึกของความเป็น “ลาว” ที่อยู่ภายใต้ดินแดนที่แน่นอนของรัฐ-ชาติสมัยใหม่ได้สำเร็จ ตลอดจนมีความเป็นสากลที่สามารถสื่อให้ชาติอื่น ๆ เข้าใจได้ด้วยเช่นกัน

    สุดท้ายจะเห็นได้ว่าตัวแสดงนำชายในมิวสิควิดีโอนั้นได้แสดงออกถึงบุคลิก และคุณลักษณะของบุคคลที่ดำรงอยู่ในกระแสเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ หรือ ทุนนิยมไปแล้ว เพราะเขาได้ชี้ให้เห็นถึงค่านิยมที่ถูกผูกโยงไว้กับความมั่งคั่ง หรือ ฐานะทางเศรษฐกิจ ที่ได้กลายเป็นตัวชี้วัดชนชั้นทางสังคมในโลกยุคปัจจุบัน และในลาวไปแล้วด้วยเช่นกัน สิ่งนี้จึงเป็นข้อสนับสนุนสำคัญอีกประการที่ชี้ให้เห็นว่าลาวได้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาเข้าสุ่สมัยใหม่ที่เปิดรับเอาระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ คือ ระบบทุนนิยมเข้ามาในประเทศแล้วอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าผลดีก็คือทำให้ทุกคนนั้นสามารถแสวงหาความมั่งคั่งทางเศรษบกิจได้อย่างเสรี แต่ในทางกลับกันก็มิควรลืมว่า ความเสรีนั้นอาจถูกบดบังไว้ด้วยความเหลื่อมล้ำต่ำสูง และความไม่เสมอภาคทางโอกาสที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากระบบเศรษฐกิจดังกล่าว และการใช้คุณค่าทางเศรษฐกิจมาเป็นตัวชี้วัดความ “ดี” หรือ กลายมาเป็นธรรมวิทยาแห่งพลเมืองของลาวไปอาจทำให้ ธรรมวิทยาแห่งพลเมืองที่ผูกโยงความขนบธรรมเนียม และความเชื่อเรื่องความดีที่มีอยู่แต่เดิมนั้นสูญสลายไปได้ด้วยเช่นกัน

  18. ณัชชารีย์ ทิศาสมบูรณ์สิน 5341017124 says :


    Untuk dia
    By: SleeQ & Najwa Latif
    Produced by : Measat Broadcast Network System Sdn Bhd & Aaron Aziz Production
    Director : Aaron Aziz & Irwan Rauf
    Stylist : Fatima Mohsin

    งานเพลงชิ้นนี้เป็นงานเพลงที่เกิดจากการร่วมมือกันของSleeQศิลปินชาวสิงคโปร์ และ Najwa Latif ศิลปินชาวมาเลเซีย ที่มีความทันสมัยและสอดแทรกแนวคิดต่อต้านทุนนิยม เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงความรักของหนุ่มสาว การแอบรักโดยไม่พูด คนรวยที่ขับรถเบนส์ การพบเจอกันทางเฟสบุ๊ค ตลอดจนลักษณะการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ติดหรู และในตอนท้ายของเพลงมีการกล่าวถึงความสุขที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเงินทอง

    งานเพลงนี้ได้รับความนิยมมากพอสมควร อาจเนื่องจากตัวศิลปิน(SleeQมีชื่อเสียงมาก่อนแล้ว และ Najwa Latif เป็นศิลปินวัยรุ่นที่โด่งดังจากการอัพโหลดเพลงบนเว็บไซต์ yputube) คุณภาพงานและแนวคิดแฝงของเพลง ต้องไม่ลืมว่าสังคมสิงคโปร์และมาเลเซียเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเนื่องจากการเข้ามาของทุนนิยม จึงไม่แปลกที่จะเกิดความคิดที่ว่าเงินไม่ได้ทำให้คนมีความสุขขึ้น (คงไม่ต่างไปจากความคิดของประเทศอื่นสักเท่าไหร่)

    อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในงานเพลงชิ้นนี้คือการใช้ภาษามลายูที่แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น แต่ปรากฏว่าชาวมลายูไม่ว่าจะในมาเลเซีย สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซียกลับเข้าใจเนื้อหาของเพลงได้ นี่แสดงให้เห็นว่าภายใต้ความเป็นรัฐชาติ ยังมีความเป็นชาติมลายูอยู่อย่างเข้มแข็งในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

  19. ณัฐณิชา เชาวลิต says :

    เพลง ขอเวลาพิสูจน์ตัวเองได้บ่
    เพลงนี้ถูกขับร้องโดยนักร้องชายที่ชื่อว่า Buratino ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัล Lao Entertainment Awards 2010 Vote For Most Popular Awards
    เนื้อหาของเพลง ขอเวลาพิสูจน์(ตัวเอง)ได้บ่ มีเนื้อหาที่พูดถึง ชายที่ต้องการพิสูจน์ความรักหลังจากที่ได้เคยทำความผิดพลาด จากหญิงคนรัก จากด้านเนื้อหาของเพลง เพลงนี้ก็ถือว่าเป็นเพลงรักทั่วไปที่เป็นสากล อต่จุดที่น่าสนใจกว่าสำหรับเพลงนี้ก็คือ soundดนตรี และ music video ซึ่งเห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่น เสียงดนตรีประกอบนั้นเหมือนเพลงสตริงตามแบบเดิมๆของลาว แต่ก็ได้มีการใช้เครื่องดนตรีของญี่ปุ่นแทรกเป็นบางส่วน ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับ music video ที่ได้รับอิทธิพลของญี่ปุ่นอีกเช่นกัน ส่วนที่สังเกตได้จาก การรับประทานอาหารญี่ปุ่น เครื่องแต่งกายของนักร้อง สถานที่ซึ่งเป็นดงต้นไผ่เป็นต้น
    สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ แห่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมลาว ทั้งในส่วนวิถีชีวิต ข้าวของเครื่องใช้ ที่แสดงถึงความเป็นสมัยใหม่ โดยที่ยังคงรูปแบบของวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ เช่น การแต่งกายของผู้หญิงใน music video ถึงจะแต่งกายทันสมัย แต่ยังคงรูปแบบความเรียบร้อยของสาวลาวแบบดั้งเดิมได้อย่างดี

    โดยสรุปแล้ว เพลง ขอเวลาพิสูจน์(ตัวเอง)ได้บ่ ของ Buratino นี้แสดงถึงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีชีวิตของสังคมลาว ทั้งอิทธิพลที่ได้รับจากต่างประเทศ และการเปิดประเทศที่เพิ่มมากขึ้นของลาว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: